123-2341-74

แนะนำ เทคนิคลดค่าครองชีพ
ทุกครั้ง ที่ ซื้อ ของจาก marketplace อย่าลืม กดรับคูปอง และเช็คโปรโมชั่น บัตรเครดิต ก่อน กดจ่ายเงินทุกครั้ง

กดรับ คูปอง
ก่อนจ่ายเงินทุกครั้ง อยากลืม

เทคนิคลดค่าครองชีพ
ทุกครั้ง ที่ ซื้อ ของจาก marketplace อย่าลืม กดรับคูปอง และเช็คโปรโมชั่น บัตรเครดิต ก่อน กดจ่ายเงินทุกครั้ง

กดรับ คูปอง

ขั้นตอนการล้างแอร์แบบละเอียด (แอร์บ้าน/แอร์ติดผนัง) — การถอดล้าง คอยล์ พัดลม น้ำยา และการทดสอบหลังทำงาน

ขั้นตอนการล้างแอร์แบบละเอียด (แอร์บ้าน/แอร์ติดผนัง) — การถอดล้าง คอยล์ พัดลม น้ำยา และการทดสอบหลังทำงาน

การดูแลรักษาเครื่องปรับอากาศเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสภาพอากาศร้อนชื้นของประเทศไทย การล้างแอร์เป็นประจำไม่เพียงช่วยให้แอร์ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด แต่ยังช่วยประหยัดพลังงานและยืดอายุการใช้งานของเครื่องปรับอากาศอีกด้วย บทความนี้จะนำเสนอ ขั้นตอนการล้างแอร์แบบละเอียด สำหรับแอร์บ้านหรือแอร์ติดผนัง ตั้งแต่การเตรียมตัว การถอดชิ้นส่วน การทำความสะอาดคอยล์ พัดลม การใช้น้ำยา ไปจนถึงการประกอบและการทดสอบหลังการทำงาน เพื่อให้คุณสามารถดูแลแอร์คู่ใจได้อย่างมืออาชีพและมั่นใจในอากาศที่สะอาดบริสุทธิ์ภายในบ้าน

ทำไมต้องล้างแอร์เป็นประจำ?

การล้างแอร์เป็นประจำทุก 3-6 เดือนมีความสำคัญด้วยเหตุผลหลายประการ:

  • สุขภาพที่ดี: แอร์ที่สกปรกเป็นแหล่งสะสมของฝุ่นละออง เชื้อรา แบคทีเรีย และไรฝุ่น ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคภูมิแพ้และโรคทางเดินหายใจ การล้างแอร์ช่วยกำจัดสิ่งสกปรกเหล่านี้ ทำให้อากาศภายในห้องสะอาดและปลอดภัยต่อสุขภาพ.
  • ประหยัดพลังงาน: แอร์ที่สกปรกจะทำงานหนักขึ้นเพื่อทำความเย็น ทำให้สิ้นเปลืองพลังงานไฟฟ้ามากขึ้น การล้างแอร์ช่วยให้เครื่องทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ ลดภาระการทำงานและประหยัดค่าไฟได้.
  • ยืดอายุการใช้งาน: การสะสมของสิ่งสกปรกในคอยล์เย็นและพัดลมอาจทำให้ชิ้นส่วนต่างๆ เสื่อมสภาพเร็วขึ้น การดูแลรักษาอย่างสม่ำเสมอช่วยยืดอายุการใช้งานของเครื่องปรับอากาศ.
  • เพิ่มประสิทธิภาพการทำความเย็น: แอร์ที่สะอาดจะสามารถแลกเปลี่ยนความร้อนได้ดี ทำให้ห้องเย็นเร็วขึ้นและคงความเย็นได้อย่างสม่ำเสมอ.

อุปกรณ์ที่จำเป็นสำหรับการล้างแอร์

ก่อนเริ่มต้น ขั้นตอนการล้างแอร์แบบละเอียด ควรเตรียมอุปกรณ์ให้พร้อมเพื่อความสะดวกและปลอดภัย:

ขั้นตอนการเตรียมตัวก่อนล้างแอร์

ความปลอดภัยต้องมาก่อน! ปฏิบัติตามขั้นตอนเหล่านี้อย่างเคร่งครัด:

  1. ปิดเบรกเกอร์: สิ่งสำคัญที่สุดคือต้องปิดเบรกเกอร์ของเครื่องปรับอากาศให้สนิท เพื่อป้องกันไฟฟ้าช็อต.
  2. ย้ายเฟอร์นิเจอร์: เคลื่อนย้ายเฟอร์นิเจอร์หรือสิ่งของที่อยู่ใต้เครื่องปรับอากาศออกไปให้พ้นทาง.
  3. ปูผ้าใบกันน้ำ: กางผ้าใบรองน้ำ หรือถุงคลุมล้างแอร์ เพื่อป้องกันน้ำสกปรกกระเด็นเปื้อนผนังและพื้นห้อง.
  4. คลุมแผงวงจรไฟฟ้า: ใช้ถุงพลาสติกคลุมบริเวณแผงวงจรไฟฟ้า (กล่องควบคุม) และมอเตอร์สวิง เพื่อป้องกันน้ำเข้า ซึ่งอาจทำให้เกิดความเสียหายได้.

การถอดชิ้นส่วนแอร์เพื่อล้างทำความสะอาด

การถอดชิ้นส่วนอย่างถูกวิธีเป็นหัวใจสำคัญของ ขั้นตอนการล้างแอร์แบบละเอียด เพื่อให้สามารถเข้าถึงและทำความสะอาดทุกส่วนได้อย่างทั่วถึง.

การถอดหน้ากากแอร์และแผ่นกรองอากาศ

เริ่มต้นด้วยการเปิดหน้ากากแอร์ มักจะมีสลักหรือตัวล็อคอยู่ด้านข้างหรือด้านล่าง เมื่อเปิดได้แล้ว ให้ถอดแผ่นกรองอากาศออกมา. แผ่นกรองอากาศนี้มักจะเป็นส่วนที่สกปรกที่สุดและควรทำความสะอาดเป็นประจำแม้ไม่ได้ล้างแอร์ใหญ่.

การถอดถาดรองน้ำทิ้ง

ถาดรองน้ำทิ้งจะอยู่ใต้คอยล์เย็น มักจะยึดด้วยสกรู 2-3 ตัว และอาจมีสลักล็อคบางจุด ค่อยๆ คลายสกรูและปลดสลักออกอย่างระมัดระวัง เพื่อไม่ให้ถาดแตกหัก. ถอดท่อน้ำทิ้งที่ต่อกับถาดรองน้ำออกด้วย.

การถอดใบพัดลมคอยล์เย็น (Blower)

ส่วนนี้อาจจะยุ่งยากเล็กน้อยสำหรับมือใหม่ ใบพัดลมคอยล์เย็น (หรือที่เรียกว่า โบเวอร์) จะอยู่ด้านในสุดของตัวเครื่อง มักจะยึดติดกับแกนมอเตอร์ด้วยสกรูตัวเล็กๆ หรือสลักล็อค เมื่อคลายสกรูแล้วต้องค่อยๆ ดึงใบพัดลมออกมาอย่างระมัดระวัง เพื่อไม่ให้ใบพัดเสียหาย. การถอดใบพัดลมออกมาล้างจะช่วยให้ทำความสะอาดคราบสกปรกและเมือกที่เกาะอยู่ได้อย่างหมดจด.

การล้างทำความสะอาดคอยล์เย็นและพัดลม

เมื่อถอดชิ้นส่วนต่างๆ ออกมาแล้ว ก็ถึงเวลาของการทำความสะอาดอย่างจริงจัง:

การทำความสะอาดคอยล์เย็น

ใช้เครื่องฉีดน้ำแรงดันสูงฉีดล้างทำความสะอาดแผงคอยล์เย็น โดยฉีดจากด้านบนลงล่างให้ทั่วถึง ระวังอย่าฉีดโดนแผงวงจรไฟฟ้าที่คลุมไว้แล้ว ฉีดจนกว่าน้ำที่ไหลออกมาจากท่อน้ำทิ้งจะใสสะอาด หากคอยล์สกปรกมาก อาจใช้แปรงสีฟันเก่าหรือแปรงขนอ่อนช่วยขัดเบาๆ บริเวณซี่ฟินส์คอยล์.

การทำความสะอาดใบพัดลมและส่วนประกอบอื่นๆ

นำใบพัดลม ถาดรองน้ำทิ้ง และแผ่นกรองอากาศที่ถอดออกมาไปล้างทำความสะอาดด้วยน้ำเปล่าและอาจใช้น้ำยาล้างจานช่วยขัดคราบเมือกและสิ่งสกปรกออกให้หมดจด ใช้แปรงขัดซี่ใบพัดลมให้ทั่วถึง เพราะบริเวณนี้มักเป็นแหล่งสะสมของเชื้อราและฝุ่นละออง. ล้างหน้ากากแอร์ให้สะอาดเช่นกัน.

การใช้น้ำยาล้างแอร์อย่างถูกวิธี

น้ำยาล้างคอยล์แอร์จะช่วยสลายคราบสกปรกที่ฝังแน่น:

  1. ฉีดน้ำยา: หลังจากฉีดน้ำเปล่าล้างคอยล์ไปแล้วครั้งหนึ่ง ให้ฉีดน้ำยาล้างคอยล์แอร์ให้ทั่วแผงคอยล์เย็น ทิ้งไว้ประมาณ 5-10 นาที (อ่านคำแนะนำบนฉลากน้ำยา).
  2. ล้างออกด้วยน้ำเปล่า: ฉีดน้ำเปล่าล้างน้ำยาออกให้หมดจดอีกครั้ง โดยฉีดจากด้านบนลงล่างจนกว่าน้ำที่ไหลออกมาจะใสและไม่มีฟองน้ำยา.
  3. ข้อควรระวัง: ห้ามใช้น้ำยาที่มีฤทธิ์กัดกร่อนรุนแรงเกินไป เพราะอาจทำให้คอยล์เสียหายได้ ควรเลือกน้ำยาที่ออกแบบมาสำหรับการล้างแอร์โดยเฉพาะ.

การประกอบชิ้นส่วนแอร์กลับคืน

เมื่อทุกชิ้นส่วนสะอาดและแห้งดีแล้ว ก็ถึงเวลาประกอบกลับ:

  1. ทำให้แห้ง: เช็ดชิ้นส่วนที่ล้างทำความสะอาดแล้วให้แห้งสนิทก่อนประกอบกลับ.
  2. ประกอบใบพัดลม: ใส่ใบพัดลมคอยล์เย็นกลับเข้าที่เดิม โดยจัดให้เข้าแกนมอเตอร์และขันสกรูยึดให้แน่น.
  3. ติดตั้งถาดรองน้ำทิ้ง: ใส่ถาดรองน้ำทิ้งกลับเข้าที่เดิม ขันสกรูยึดให้แน่น และต่อท่อน้ำทิ้งกลับเข้าไปให้เรียบร้อย.
  4. ใส่แผ่นกรองอากาศและหน้ากาก: ใส่แผ่นกรองอากาศกลับเข้าที่ และปิดหน้ากากแอร์ให้สนิท.
  5. ถอดถุงคลุม: อย่าลืมถอดถุงพลาสติกที่คลุมแผงวงจรไฟฟ้าและผ้าใบรองน้ำออก.

การทดสอบการทำงานหลังการล้างแอร์

หลังจากประกอบทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว ให้ทำการทดสอบเพื่อความมั่นใจ:

  1. เปิดเบรกเกอร์: เปิดเบรกเกอร์เครื่องปรับอากาศกลับสู่ตำแหน่ง ON.
  2. เปิดเครื่อง: เปิดเครื่องปรับอากาศและตั้งค่าอุณหภูมิให้ต่ำสุด.
  3. ตรวจสอบการทำงาน: สังเกตว่าแอร์ทำงานปกติหรือไม่ มีเสียงผิดปกติหรือไม่ มีน้ำหยดหรือไม่ และลมที่ออกมามีความเย็นและสะอาดหรือไม่.
  4. ตรวจสอบท่อน้ำทิ้ง: ดูว่าน้ำสกปรกไหลออกจากท่อน้ำทิ้งได้ปกติหรือไม่.

ข้อควรระวังและเคล็ดลับเพิ่มเติม

เพื่อให้การล้างแอร์เป็นไปอย่างราบรื่นและได้ผลดี:

  • ความปลอดภัย: สวมถุงมือและแว่นตาป้องกันเสมอเมื่อต้องสัมผัสกับน้ำยาเคมี.
  • ความถี่ในการล้าง: หากใช้งานแอร์บ่อย หรือมีสัตว์เลี้ยง ควรล้างแอร์บ่อยขึ้น อาจจะทุก 3 เดือน.
  • การจัดการน้ำยา: หากใช้น้ำยาทำความสะอาดคอยล์ ควรระบายอากาศในห้องให้ดี และปฏิบัติตามคำแนะนำบนฉลากอย่างเคร่งครัด.
  • เมื่อไรควรเรียกช่าง: หากพบปัญหาซับซ้อน เช่น แอร์ไม่เย็นเลย มีน้ำแข็งเกาะ หรือมีกลิ่นไหม้ ควรเรียกช่างผู้เชี่ยวชาญมาตรวจสอบและซ่อมแซม.

การล้างแอร์ด้วยตัวเองอาจดูเป็นเรื่องยุ่งยากในตอนแรก แต่เมื่อทำบ่อยๆ คุณจะคุ้นเคยกับ ขั้นตอนการล้างแอร์แบบละเอียด และสามารถทำได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ การลงทุนลงแรงเพียงเล็กน้อยนี้จะช่วยให้คุณได้สัมผัสกับอากาศที่บริสุทธิ์ เย็นสบาย และประหยัดค่าใช้จ่ายในระยะยาวได้อย่างแน่นอน.

[su_youtube url=”https://youtu.be/WuT2z_8P7HI” autoplay=”yes” mute=”yes”]

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)


โดยทั่วไปแล้ว ควรล้างแอร์ทุก 3-6 เดือน ขึ้นอยู่กับการใช้งานและสภาพแวดล้อม หากใช้งานหนัก มีสัตว์เลี้ยง หรืออยู่ในบริเวณที่มีฝุ่นมาก อาจต้องล้างบ่อยขึ้น. [2]


การถอดใบพัดลมออกมาล้างจะช่วยให้ทำความสะอาดคราบเมือกและสิ่งสกปรกที่เกาะอยู่ได้อย่างหมดจด ซึ่งเป็นแหล่งสะสมของเชื้อราและแบคทีเรีย การล้างโดยไม่ถอดอาจไม่สะอาดเท่าที่ควร แต่หากไม่สะดวกก็สามารถใช้เครื่องฉีดน้ำแรงดันสูงฉีดล้างเท่าที่เข้าถึงได้. [6]


น้ำยาล้างแอร์บางชนิดอาจมีสารเคมีที่ระคายเคืองต่อผิวหนังและระบบทางเดินหายใจ ควรเลือกใช้น้ำยาที่ได้มาตรฐาน สวมอุปกรณ์ป้องกัน และระบายอากาศในห้องให้ดีขณะใช้งาน และล้างน้ำยาออกให้หมดจด. [1]


หากแอร์มีปัญหาหลังจากล้างเอง เช่น ไม่เย็น มีเสียงดังผิดปกติ หรือน้ำหยด ควรปิดเครื่องทันทีและติดต่อช่างผู้เชี่ยวชาญมาตรวจสอบและแก้ไข เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจลุกลาม. [7]

admin
We will be happy to hear your thoughts

Leave a reply