
วิธีตรวจอาการและสาเหตุที่พบบ่อยก่อนเรียกบริการล้างแอร์ (กลิ่น กลั้นความเย็น เสียงผิดปกติ)
การดูแลเครื่องปรับอากาศให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งานเสมอเป็นเรื่องสำคัญสำหรับผู้อยู่อาศัยในประเทศไทย แต่ก่อนที่เราจะตัดสินใจยกหูโทรศัพท์เรียกช่าง การรู้วิธีตรวจอาการและสาเหตุที่พบบ่อยก่อนเรียกบริการล้างแอร์ จะช่วยให้เราประเมินสถานการณ์เบื้องต้นได้ว่าปัญหาเกิดจากความสกปรก หรือมีชิ้นส่วนใดที่ชำรุดเสียหายกันแน่
1. ปัญหาแอร์มีกลิ่นอับหรือกลิ่นไม่พึงประสงค์
กลิ่นอับจากแอร์มักเกิดจากความชื้นสะสมที่ค้างอยู่ในถาดน้ำทิ้งหรือตัวคอยล์เย็น ทำให้กลายเป็นแหล่งสะสมของเชื้อราและแบคทีเรีย
- สาเหตุ: ท่อน้ำทิ้งอุดตัน หรือมีการสะสมของฝุ่นและเมือก (Biofilm) ในถาดน้ำทิ้ง
- วิธีตรวจเบื้องต้น: เปิดหน้ากากแอร์แล้วนำฟิลเตอร์ออกมาล้างทำความสะอาด หากกลิ่นยังไม่หาย อาจเป็นเพราะคอยล์เย็นภายในสกปรกมากจนต้องใช้การล้างแบบฉีดแรงดันสูง
2. ปัญหาแอร์ไม่เย็น หรือ ‘กลั้นความเย็น’
อาการแอร์ออกแต่ลมแต่ไม่มีความเย็นฉ่ำ หรือที่หลายคนเรียกว่าแอร์กลั้นความเย็น เป็นสัญญาณอันดับหนึ่งที่บ่งบอกว่าถึงเวลาต้องตรวจเช็ก
- สาเหตุที่ 1: แผ่นกรองฝุ่นอุดตัน ฝุ่นที่หนาเกินไปจะขวางทางลม ทำให้ลมเย็นออกมาไม่ได้
- สาเหตุที่ 2: คอยล์ร้อนสกปรก หากตัวเครื่องภายนอก (Condensing Unit) มีฝุ่นหรือสิ่งของไปวางขวาง จะทำให้การระบายความร้อนทำได้ยาก ส่งผลให้คอมเพรสเซอร์ทำงานหนักและแอร์ไม่เย็น
- วิธีตรวจเบื้องต้น: ตรวจสอบรีโมทว่าตั้งโหมด Cool หรือยัง และเช็กว่าพัดลมคอยล์ร้อนด้านนอกหมุนทำงานปกติหรือไม่
[su_youtube url=”https://youtu.be/mFas8L7Pq4s” autoplay=”yes” mute=”yes”]
3. ปัญหาเสียงดังผิดปกติขณะทำงาน
เสียงสั่นสะเทือนหรือเสียงดังแกรกๆ อาจสร้างความรำคาญและเป็นสัญญาณเตือนถึงความผิดปกติของมอเตอร์หรือโครงสร้างเครื่อง
| ลักษณะเสียง | สาเหตุที่อาจเป็นไปได้ |
|---|---|
| เสียงสั่นสะเทือน (Vibration) | น็อตยึดหลวม หรือฐานรองคอมเพรสเซอร์เสื่อมสภาพ |
| เสียงดังฟู่ๆ เหมือนน้ำไหล | สารทำความเย็น (น้ำยาแอร์) รั่วหรือขาดในระบบ |
| เสียงดังแกรกๆ จากภายใน | พัดลมกรงกระรอกสกปรกมากจนเสียสมดุล หรือมีสิ่งแปลกปลอมติดอยู่ |
เมื่อไหร่ที่ควรเรียกช่างล้างแอร์มืออาชีพ?
หากคุณได้ลองทำความสะอาดฟิลเตอร์เบื้องต้นแล้ว แต่อาการ กลิ่น ความเย็น หรือเสียง ยังไม่ดีขึ้น นั่นคือสัญญาณว่าฝุ่นและคราบสกปรกได้เข้าไปฝังลึกในส่วนที่ผู้ใช้ทั่วไปเข้าไม่ถึง เช่น แผงคอยล์เย็นด้านหลัง หรือในมอเตอร์พัดลม การเรียกบริการล้างแอร์มาตรฐานจะช่วยยืดอายุการใช้งานและประหยัดค่าไฟได้ถึง 10-15%
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ควรล้างแอร์บ่อยแค่ไหน?
โดยทั่วไปควรล้างแอร์ทุกๆ 6 เดือน แต่หากบ้านอยู่ติดถนนใหญ่ มีฝุ่นมาก หรือเปิดใช้งานเกิน 12 ชั่วโมงต่อวัน ควรล้างทุกๆ 3-4 เดือน
แอร์มีน้ำหยดเกิดจากอะไร?
สาเหตุที่พบบ่อยที่สุดคือท่อน้ำทิ้งอุดตันจากเมือกหรือฝุ่นสะสม การล้างแอร์และเป่าท่อน้ำทิ้งจะช่วยแก้ปัญหานี้ได้ทันที
ล้างแอร์เองกับจ้างช่างต่างกันอย่างไร?
การล้างเองมักทำได้เพียงแผ่นกรองอากาศ แต่ช่างมืออาชีพจะใช้ปั๊มน้ำแรงดันสูงล้างคอยล์เย็น คอยล์ร้อน และตรวจเช็กระดับน้ำยาแอร์รวมถึงกระแสไฟฟ้าด้วย